เสียงร้องไห้บอกอะไรกับพ่อแม่ บ้าง

เสียงร้องไห้บอกอะไรกับพ่อแม่ บ้าง

ปัญหาเด็กอ่อนร้องไห้ อาจส่งผลให้คุณพ่อกับคุณแม่และคนเลี้ยงดู เกิดความกังวลใจไม่ทราบว่าจะแก้ไขปัญหายังไง เนื่องจากเด็กแรกคลอดนั้นยังไม่สามารถพูดได้ ไม่อาจจะพูดได้ว่าเป็นอะไรหรือต้องการอะไร ลองมาดูกันว่าต้นสายปลายเหตุที่เด็กแรกเกิดร้องไห้และคุณพ่อกับคุณแม่จะจัดการกับปัญหานี้ได้ยังไง วันนี้ w88 จะพาคุณพ่อคุณแม่มือใหม่มาทราบเหตุผลที่เด็กแรกเกิดร้องไห้กัน

เบื้องต้นทางอารมณ์ของเด็กแรกเกิดมีความต่างกันนั้นส่วนนึงได้ผลจากพันธุกรรม รวมทั้งสิ่งแวดล้อมที่อยู่ในครรภ์ ซึ่งแบ่งได้ 4 กลุ่มคือ

1.กลุ่มเด็กเลี้ยงดูง่าย : พบได้มากที่สุดจำนวนร้อยละ 40 เด็กอารมณ์ดี กินง่าย หลับง่าย ปรับพฤติกรรมง่าย ก็เลยเลี้ยงดูได้ไม่ยาก
2.กลุ่มเด็กเลี้ยงยาก : พบร้อยละ 10 สนองตอบต่อสิ่งกระตุ้นด้วยปฏิกิริยาร้ายแรง ร้องไห้มาก อารมณ์เสียง่าย ปรับพฤติกรรมยาก คุณพ่อและก็คุณแม่ต้องมีความทรหดอดทน ยอมรับพื้นฐานทางอารมณ์ของลูก และให้การสนองตอบอย่างเหมาะสม
3.กลุ่มเด็กปรับพฤติกรรมช้า : พบร้อยละ 15 เด็กเป็นคนเครียดง่าย ปรับตัวช้า ขี้อาย ควรจะให้เวลาสำหรับเพื่อการปรับตัวและฝึกหัดความสามารถต่างๆมากขึ้น เพื่อให้เด็กพัฒนาถัดไปอย่างยอดเยี่ยม
4.กรุ๊ปที่อยู่ในระดับเฉลี่ยปานกลาง หรือผสมหลายแบบ พบได้ร้อยละ 35

เสียงร้องไห้บอกอะไรกับพ่อแม่ บ้าง

เหตุผลที่ทารกร้องไห้อาจมาจาก

1.หิวนม – เรื่องเบื้องต้นที่เด็กแรกเกิดร้องไห้บ่อยครั้งที่สุด โดยยิ่งไปกว่านั้นเด็กอ่อน เนื่องมาจากมีกระเพาะที่มีขนาดเล็ก อิ่มไว ถึงแม้แม่จะเพิ่งจะให้นมไปไม่นาน อีก 2 ชั่วโมงถัดมาก็อาจจะหิวขึ้นมาใหม่ ถ้ามองดูนาฬิกาแล้วเวลาผ่านไป 3-4 ชั่วโมงจากการให้นมครั้งปัจจุบันน่าจะเป็นขณะที่เด็กเริ่มร้องหิวนม แม่ลองให้นมกับเด็กแรกเกิดก็อาจจะช่วยทำให้หยุดร้องได้

2.เหนื่อยและอ่อนเพลีย – เด็กแรกเกิดบางทีอาจเพียงอยากนอน เนื่องจากว่าเหนื่อยและเพลียเพียงแค่นั้น ทดลองสังเกตดูว่าเจ้าตัวน้อยร้องไห้ มีทีท่าไม่สนใจของเด็กเล่นหรือสิ่งรอบข้าง ตาปรือบางครั้ง หรือหาวบ่อยๆบ้างหรือเปล่า ถ้าเกิดเป็นแบบนั้นก็ถึงเวลาจำเป็นต้องให้เด็กได้งีบหลับสักหน่อย

3.ไม่สบายตัว – การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม อากาศบางทีอาจร้อนหรือหนาวเกินไป ความเปียกชื้นของผ้าอ้อม ทำให้เด็กแรกเกิดเกิดไม่สบายตัวได้ ก็เลยพยายามร้องเพื่อบอกให้คุณแม่ช่วยพาออกไปจากเหตุการณ์เหล่านี้ คุณแม่บางทีอาจลองเช็คอุณหภูมิห้องว่าเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นเกินไปหรืออากาศร้อนอบอ้าว ไม่ถ่ายเทหรือเปล่า รวมถึงเสื้อผ้าที่เด็กใส่ทำให้เด็กอึดอัดไหมด้วย

4.ถูกกระตุ้นมากเกินไป – เด็กแรกเกิดบางทีอาจอยู่ในสถานการณ์ที่มีสิ่งรบกวนหรือกระตุ้นมากเกินไป ได้แก่ อยู่ด้านในห้องที่เสียงดัง คนรุมล้อมจะเล่นด้วย เสียงดนตรีดัง ทำให้เด็กแบเบาะรู้สึกถึงแรงกระตุ้นจากสภาพแวดล้อมรอบกายที่มากเหลือเกินก็อาจส่งผลให้เริ่มร้องโยเยเพื่อหาสถานที่สงบเงียบมากกว่า การนำเด็กออกมาจากสถานที่ที่มีเสียงอึกทึกโครมครามจะช่วยทำให้เด็กรู้สึกดีขึ้นได้

5.ต้องการให้อุ้ม – ความอบอุ่นจากสายสัมพันธ์แม่ถึงลูกเป็นสิ่งที่เด็กอ่อนสัมผัสได้ บางครั้งการร้องไห้ฟูมฟายของเด็กแรกเกิดก็เพียงแค่ต้องการที่จะให้แม่สวมกอดรวมทั้งสัมผัสทางกาย เพื่อความรู้สึกอุ่นใจ

6.รู้สึกกลัว – เด็กแรกเกิดบางทีอาจร้องไห้จากความหวาดกลัวหรือสิ่งที่ไม่คุ้นเคย อาทิเช่น คนที่ไม่รู้จักที่อุ้มทำให้เด็กสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ไม่เหมือนกับพ่อหรือแม่ที่เคยอุ้มพวกเขา ทำให้เด็กทารกอยู่ในความรู้สึกกลัว ก็เลยร้องไห้ออกมา

7.สภาพแวดล้อมใหม่ – ทารกแรกเกิดไม่เคยชินกับสภาพการณ์ข้างหลังออกมาจากท้องแม่ เพราะว่าจำต้องปรับนิสัยให้กับโลกด้านนอกรวมทั้งบุคคลในครอบครัวอีกทั้งด้านร่างกายและอารมณ์ ก็เลยจะต้องใช้เวลาช่วงหนึ่งสำหรับการปรับนิสัยให้คุ้นชินมากขึ้นเรื่อยๆ

8.เจ็บป่วย – เด็กแรกเกิดบางทีอาจร้องไห้เนื่องจากว่าเกิดลักษณะการเจ็บ มีรอยแผล หรือมีลักษณะเจ็บไข้ ได้แก่ ท้องอืด ไม่สบาย ตัวร้อน เหมือนกับเด็กโตหรือผู้ใหญได้เหมือนกัน ทำให้ร่างกายไม่เป็นปกติ ก็เลยตะโกนร้องไห้ไม่ยอมหยุด แม่บางทีอาจทดลองตรวจสอบตามร่างกายว่าเกิดแผล เรื่องผิดปกติ หรือมีลักษณะป่วยไข้จนถึงจำเป็นต้องไปพบแพทย์หรือไม่ เพราะเหตุว่าร่างกายเด็กแรกเกิดยังพัฒนาไม่เต็มที่ การทราบดีว่าลูกเริ่มมีลักษณะอาการเจ็บป่วยหรือไม่ปกติจะช่วยทำให้หายเร็วขึ้น ในบางครั้งการร้องไห้ฟูมฟายของเด็กอาจมีมูลเหตุมาจากความผิดปกติทางการแพทย์ เด็กบางทีอาจร้องไห้เพื่อติดต่อสื่อสารกับผู้ดูแลว่าเกิดความไม่สบายตัว พ่อแม่สามารถปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลเด็กเมื่อเกิดความรู้สึกหนักใจขึ้น แต่ว่าไม่สมควรซื้อยามาป้อนให้เด็กกินเองโดยไม่ขอความเห็นหมอ เนื่องจากอาจจะทำให้เด็กเจ็บไข้เยอะขึ้นเรื่อยๆ ง่วงนอนตลอดวัน หรือก่อกวนการกินนมของเด็ก

การร้องไห้ของทารกแต่ละคนมีความแตกต่างกันออกไป และเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการในการเติบโตของเด็ก บางคนร้องไห้เป็นเวลานาน บางคนร้องไห้น้อย หรือบางคนร้องไห้ถี่ คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจถึงลักษณะการร้องไห้นี้ หรือถ้ามีการร้องไห้แบบอื่นควรไปพบหมอเพราะอาจจะเป็นการป่วยลักษณะอื่นๆ

Related Post